โตเกียวทาวเวอร์: บทที่ 5
โตเกียวทาวเวอร์ ~ ผมกับรายการวิทยุและแม่ในบางครั้งคราว ~
21 มีนาคม 1990
ช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมดนตรีเริ่มมั่งคั่งเฟื่องฟูไปด้วยวงดนตรีที่ประสบความสำเร็จ
ซิงเกิ้ลเปิดตัวของนักร้องคนหนึ่งออกวางตลาดอย่างเงียบๆ
“Tsuioku no Ame no Naka” (「追憶の雨の中」)
3 ปีผ่านไป ตั้งแต่เข้ามาโตเกียว ในฤดูร้อนปี 1987
การดิ้นรนต่อสู้ในโตเกียวทำให้เขาเติบโตขึ้นด้วยมุมมองที่หลากหลาย แต่ทว่าความใฝ่ฝันราวกับเด็กชายผู้เยาว์วัยยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ศิลปินผู้นั้นคือ ฟุคุยาม่า มาซาฮารุ ในวัย 21 ปี
และนี่คือเรื่องราวอันน่าสนใจของเด็กหนุ่มอายุ 18 ปี จากบ้านเกิดที่นางาซากิ จนกลายมาเป็น “สมบัติของวงการวิทยุ” ที่โตเกียว ในอีก 20 ปีต่อมา
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
ตรงข้ามกับความคิดของท่านประธาน Amuse ที่ว่า “นายควรจะสร้างภาพลักษณ์ให้เหมือน ทามิยะ จิโร่” ซิงเกิ้ลเปิดตัวของผมค่อยๆ คืบหน้าไปทีละเล็กละน้อยอย่างเงียบเชียบภายในออฟฟิศ
ทว่า การเปิดตัวของผมก็ช่างแตกต่างไปจากสิ่งที่ผมเคยคิดไว้ว่าอยากทำโดยสิ้นเชิง
ถึงจะฟังดูแล้วโอหังไปบ้าง แต่สำหรับผมที่คิดมาตลอดว่า “วงดนตรีคือการรวมตัวกันของพวกพ้องของผม’”กลายเป็น “วงดนตรีที่รวมตัวกันขึ้นเพื่อผม” นั้น ขัดกับหลักการของผม
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงไม่ขอเป็นส่วนหนึ่งของวง กลับขอร้องเพลงเองเพียงลำพัง
ในตอนแรก พูดกันว่าศิลปินใหญ่มีชื่อคนหนึ่งจะรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้กับอัลบั้มเปิดตัวของผม
แต่เมื่อได้ฟังเพลงที่เตรียมไว้สำหรับผมแล้ว “นี่ไม่ใช่แบบที่เราอยากได้!”
ถึงผมจะเขียนเพลงที่เป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้สักเพลง แต่ก็เข้าใจอย่างจริงแท้ทีเดียวว่าอะไรคือสิ่งที่ผม “ไม่ต้องการทำ”
“แล้วนายชอบอะไรล่ะ”ในตอนนั้น ผมอาจจะยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าผมชอบอะไรกันแน่
แต่สิ่งที่ผมแน่ใจยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดก็คือ “นี่ไม่ใช่อย่างที่เราต้องการ!”
เจ้าโง่จอมลามก ผู้จองหองอวดดีคนนี้สร้างปัญหาเป็นอย่างมากให้กับบรรดาคนในออฟฟิศ
แล้วคนที่รับเอาผมเข้าไปอยู่ในการดูแลก็คือ ชิราฮามะซัง (白浜さん) จาก ARB13
“ก็ถ้านายพูดแบบนั้น ฟุคุยาม่า ทำไมนายไม่ลองเขียนเพลงของตัวเองแล้วก็เอามาดูกัน”
ฟังดูเหมือนใจดีแล้วก็ไม่บีบบังคับอะไร หากแต่ก็มีนัยที่เคร่งครัดแฝงอยู่
ความจริงแล้ว ชิราฮามะซังเคยทำงานเป็นที่ปรึกษาในสถานพินิจและคุ้มครองเยาวชนมาก่อน
เขาย่อมจัดการกับเด็กหนุ่มจอมลามก จองหองอวดดีแบบผมได้เป็นอย่างดี
และเมื่อผมเอางานที่ตัวเองมั่นใจแล้วให้เขาดู เขาก็บอกว่า
“ไม่เลว ลองมาเรียบเรียงกันดูหน่อยสิ ว่าจะออกมาเป็นยังไง”
ซึ่งสำหรับผมแล้ว เป็นเหมือน “มือช่วยชีวิต” อย่างแท้จริง
ในเมื่อเป็นอะไรที่อยู่ในความรับผิดชอบของตัวเอง ผมย่อมไม่สามารถหาข้อแก้ตัวต่างๆได้อีก
“เพราะนี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ”…..”เพราะที่ผมอยากทำคือแบบนี้”
เพราะเป็นเพลงที่ตัวเองเขียนเอง ข้ออ้างเหล่านี้ย่อมฟังไม่ขึ้น
ผมที่เอาแต่พูดอวดดีใส่เพลงที่คนอื่นเขียนให้มาตลอด คราวนี้ ผมกลับต้องเขียนเพลงเพื่อให้คนอื่นยอมรับว่า “ดี” เช่นเดียวกัน และก็ ชิราฮามะซัง นี่เองที่เป็นคนสอนให้ผมรู้จักสิ่งที่เรียกว่า “การแสดงออก” ทั้งในแง่ของความสุขสนุกสนานและความจริงจังให้กับผม
ดังนั้นเพื่อที่จะตอบแทนความคาดหวังของชิราฮามะซังที่มีต่อผม ผมจึงพยายามอย่างหนักมาก
แม้กระทั่งตอนที่เขาถามว่า “แน่ใจนะ ว่านายร้องได้ถึงคีย์นั้น”
ด้วยนิสัยไม่ยอมแพ้และความดื้อรั้นของผม
ทำให้ผมฝืนตัวเองและตอบไปว่า “ผมทำได้ครับ ไม่มีปัญหา!”
และผมคงเป็นเจ้าโง่จอมลามก ผู้จองหองอวดดีอย่างแท้จริง
เพราะจากการฝืนร้องเพลงที่ไม่อยู่ในช่วงเสียงของตัวเอง
ทำให้ผมมีติ่งเนื้องอกบนเส้นเสียง ทั้งที่ยังไม่ได้แม้กระทั่งเปิดตัว
ก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มต้น ผมก็รู้สึกราวกับว่ามันเกือบจะถึงจุดจบสำหรับผมเสียแล้ว
* * * * *
เจ้าโง่จอมลามก เย่อหยิ่งอวดดี ผู้ยืนกรานจะร้องเพลงที่ไม่อยู่ในช่วงเสียงของตัวเองได้รับการวินิจฉัยว่า มีติ่งเนื้องอกบนเส้นเสียง และจำเป็นต้องไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ทั้งที่ยังไม่ได้แม้กระทั่งเปิดตัวในเวลานั้น
เป็นเวลากว่าสัปดาห์หลังการผ่าตัด ที่ผมสามารถสื่อสารผ่านทางกระดาษและปากกาได้เพียงอย่างเดียว
และต้องใช้เวลามากกว่า 3 เดือน ผมถึงจะสามารถร้องเพลงได้อีกครั้ง แม้จะเป็นแบบนั้น ความกังวลเรื่องการออกเสียงดัง ๆ ออกมานั้นก็ยากจะลบเลือนไป ทำให้ผมต้องใช้เวลาเป็นปี กว่าที่จะกลับมาร้องเพลงได้เป็นปกติอีกครั้ง
“เรานี่ไม่มีโชคเอาซะเลย….”
ผมเอาแต่คิดแบบนั้นตอนที่นอนจ้องเพดานสีขาวอยู่บนเตียง
ทั้งที่ผมได้รับโอกาสให้ “ลองเขียนเพลงดูซิ!”
และค้นพบได้ในที่สุดว่า “อะไรกันแน่ที่ผมอยากทำจริงๆ”
กลับกลายเป็นว่าอย่างเดียวที่ทำได้ตอนนี้คือนอนพักอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล
ผมรู้สึกว่าทุกสิ่งที่ผมทำไป กลับให้ผลร้ายไปเสียทุกเรื่อง
ผมยังคงมีอาการบึ้งตึงอย่างเลวร้ายสุดๆ อยู่ตลอดหลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้ว
จนถึงขนาดว่าครั้งหนึ่งผมถูกชิราฮามะซังด่าว่า
“เลิกทำตัวเป็นเด็กเหลือขอเอาแต่ใจสักที เจ้าโง่!”
อย่างไรก็ตาม ผมก็ได้อัลบั้มเปิดตัวของผม “Dengon” 「伝言」ที่เสร็จเรียบร้อยแล้วในที่สุดจนได้
แต่ก่อนที่การบันทึกเสียงจะเสร็จสิ้น ทีมงานก็มาพร้อมกับแผนงานใหม่ พวกเขาอยากจะให้ผม “ปล่อยซิงเกิ้ลเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะวางอัลบั้ม และก็ยังไม่มีเพลงที่เหมาะสำหรับการนี้เลย”
ดังนั้นผมก็เลยต้องเขียนเพลงขึ้นมาเพลงหนึ่งอย่างรีบด่วน
และนั่นก็กลายเป็นซิงเกิ้ลแรกของผม “Tsuioku no Ame no Naka” ซึ่งถือเป็น “เพลงเปิดตัว” ด้วย
追憶の雨の中 Tsuioku no Ame no Naka (Rains of Recollection)
作詞/作曲: 福山雅治 編曲: 白浜久 Music/Lyrics: Fukuyama Masaharu Arrangement: Shirahama Hisashi
泣いてる空に 今も浮かびだす Even now, it shows up in the crying sky
Rainy Day 始まりの風景が The scenery of the start of rainy days
ためらいもなく 二人過ごしてた Without hesitation, we had passed them together
君が 僕を追い越すまでは That is, until you passed me by
いつも優しさに責められて I was always pressured by your kindness
言葉ひとつで傷つけてた And would hurt you with a single word
求めあった日々は 陽炎みたいに The days we searched for each other are like a heat-wave
駆けぬける雨の中 But the rain that’s overtaking us
君の声もかき消され Has drowned out your voice
2人の愛も流されてく Washing away even our love
追憶の雨の音 The sound of the rain of recollection
見つめあったあの時も Is washing away
流されてく Even the times when we looked upon each other
English lyrics credit: lava.net/~raistlin/trans-main.html
วันที่ 21 มีนาคม ปี 1990
แล้ววันเปิดตัวของผมก็มาถึง
ผมยังไม่ได้รับแจ้งกำหนดการทำงานใดๆ ในวันนั้นเลย
“วันที่ 21 มีนานี้ เขาจะจัดเซอร์ไพรส์ปาร์ตี้เปิดตัวให้เราไหมนะ?
บางทีอาจจะได้เป็นแขกรับเชิญในรายการวิทยุ? ไม่สิ อาจจะได้ออกทีวีเลยก็ได้!”
ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก และก็เริ่มตั้งหน้าตั้งตารอคอย
และเมื่อผมเดินทางไปที่ออฟฟิศเพื่อที่จะยืนยันตารางงานในวันที่ 3 มีนาคม
คำตอบก็คือ “ว่าง”
ไม่มีแผนงานอะไรสำหรับผมในวันนั้นแม้แต่อย่างเดียวจริงๆ
13 ARB เป็นวงดนตรีร็อคของญี่ปุ่น ตั้งวงขึ้นในปี 1978 Shirahama Hisashi เป็นมือกีต้าร์และคนเขียนเพลงให้กับวงนี้ตั้งแต่ปี 1986-1990 ปัจจุบันยังคงทำงานเป็นนักดนตรีอยู่ มีผลงานเดี่ยวและเป็นโปรดิวเซอร์ให้นักร้องอีกหลายคนในวงการ
14 Vocal fold polyp เป็นภาวะที่มีติ่งเนื้องอกเกิดขึ้นบนเส้นเสียง เกิดจากการฝืนใช้งานเส้นเสียงมากเกินไป เช่น การร้องเพลงที่ไม่อยู่ในช่วงเสียงของตัวเอง หรือการร้องเพลงผิดวิธี ทำให้เกิดการบวมอักเสบของเนื้อเยื้อบริเวณนั้น และเจริญไปเป็นเนื้อเยื่อที่ผิดปกติได้ คือ เป็นติ่งเนื้อ หรือตุ่มเนื้อ
ทำให้การออกเสียงเปลี่ยนไป เสียงแหบมากขึ้น
This is a Thai version of the article translated in English by izumisano at MashaPlus [dot] Info Forums from original Japanese article translated into Chinese by Midori at Fukuyama Honne (Articles 492 & 493)
The English translation is available here.

เป็นตัวของตัวเองจิงๆ (ดื้อได้ใจ)^_^